2026-09-23
ฉีดยาเข้าดวงตา? เหตุผลที่ต้องฉีดยารักษาจอประสาทตา พร้อมเคล็ดลับลดความเจ็บปวด
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดยาเข้าจอประสาทตา (วุ้นตา) สาเหตุที่จำเป็น ความเจ็บปวดจริง ประเภทยา ข้อควรระวัง และแนวทางการเบิกเคลมประกันสุขภาพ เพื่อดูแลรักษาดวงตาอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และตรงจุด โดย St. Mary's Jin Eye Clinic Seoul Gangnam ครับ/ค่ะ พร้อมรายละเอียดครบถ้วนเพื่อความมั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษาพยาบาลที่คุณต้องการทราบอย่างละเอียด ชัดเจน และเข้าใจง่ายที่สุดสำหรับทุกคนอย่างแน่นอนครับ/ค่ะ ช่วยให้คลายกังวลเรื่องการฉีดยาตาได้อย่างหมดจดและปลอดภัยที่สุดเลยครับ/ค่ะ ครับ/ค่ะ ครับ/ค่ะ ครับ/ค่ะ สบายใจได

สวัสดีครับ St. Mary's Jin Eye Clinic พาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพดวงตาที่แม่นยำและใส่ใจในทุกรายละเอียด

วันหนึ่งเมื่อมองเห็นสิ่งของบิดเบี้ยวหรือการมองเห็นลดลงอย่างกะทันหัน จนต้องไปพบจักษุแพทย์ แล้วได้รับการวินิจฉัยว่า "ต้องฉีดยาเข้าจอประสาทตา" คุณเคยรู้สึกตกใจและกังวลใจไหมครับ?
เพียงแค่คิดว่าจะต้อง 'ฉีดยาเข้าไปในดวงตาโดยตรง' หลายท่านคงรู้สึกหวาดกลัวและกังวลเรื่องความเจ็บปวดขึ้นมาทันที
อย่างไรก็ตาม การฉีดยาเข้าจอประสาทตา (การฉีดยาเข้าวุ้นตา) ถือเป็นวิธีรักษามาตรฐานที่สำคัญและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาโรคจอประสาทตาหลายชนิดที่อาจพรากการมองเห็นไป และช่วยรักษาการมองเห็นไว้ได้
วันนี้ St. Mary's Jin Eye Clinic ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ป่วยมักสงสัย ตั้งแต่หลักการของการฉีดยาเข้าจอประสาทตา ประเภท ความเจ็บปวด ค่าใช้จ่ายและการเบิกประกัน ไปจนถึงข้อควรระวังหลังการรักษามาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ครับ
[ สรุปข้อมูลการฉีดยาเข้าจอประสาทตาในภาพเดียว ]
การฉีดยาเข้าจอประสาทตาคืออะไร? คือการให้ยาเข้าไปยังภายในดวงตา (วุ้นตา) โดยตรง เพื่อยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่และอาการบวมน้ำที่เกิดจากโรคจอประสาทตาเสื่อม หรือเบาหวานขึ้นจอประสาทตา เป็นต้น
ความเจ็บปวดระหว่างการรักษา: เนื่องจากใช้ยาชาชนิดหยอดตา ขณะฉีดจึงแทบไม่รู้สึกเจ็บ และขั้นตอนการฉีดยาใช้เวลาเพียงประมาณ 5-10 วินาทีเท่านั้น
การเบิกประกันสุขภาพเอกชน: หากตรงตามเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ประกันสุขภาพ จะสามารถเบิกเคลมประกันค่ารักษาพยาบาลส่วนเกิน (ประกันสุขภาพเอกชน) ได้

1. การฉีดยาเข้าจอประสาทตา (การฉีดยาเข้าวุ้นตา) คืออะไร?
ชื่อทางการแพทย์ที่แท้จริงคือ 'การฉีดยาเข้าสู่วุ้นตา (Intravitreal Injection)' ครับ
ด้านในดวงตาของเราจะเต็มไปด้วยสารเจลใสที่เรียกว่า 'วุ้นตา' และด้านหลังของวุ้นตาจะมี 'จอประสาทตา' ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฟิล์มถ่ายภาพ เมื่อเกิดโรคที่จอประสาทตา การให้ยาด้วยการหยอดตาหรือรับประทานยาจะไม่สามารถส่งผ่านยาไปยังส่วนหลังของดวงตาในปริมาณความเข้มข้นที่เพียงพอได้
ดังนั้น หลักการสำคัญของการฉีดยาเข้าจอประสาทตา คือการฉีดยาเข้าไปในลูกตาโดยตรง เพื่อลดอาการบวมของหลอดเลือดจอประสาทตา และยับยั้งการแบ่งตัวของหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ
[ โรคใดบ้างที่จำเป็นต้องฉีดยาเข้าจอประสาทตา? ]
① โรคจุดรับภาพชัดจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD): โรคที่มีหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติเกิดขึ้นที่จุดรับภาพชัดซึ่งเป็นศูนย์กลางการมองเห็น ทำให้เกิดเลือดออกและอาการบวมน้ำ
② โรคเบาหวานขึ้นจอตาและภาวะจุดรับภาพชัดบวม: ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่ทำให้หลอดเลือดจอประสาทตาเสียหาย มีน้ำคั่งขัง และส่งผลให้การมองเห็นลดลง
③ หลอดเลือดดำจอประสาทตาอุดตัน (อัมพฤกษ์ในดวงตา): โรคที่เกิดจากหลอดเลือดจอประสาทตาอุดตัน ส่งผลให้เกิดเลือดออกเฉียบพลันและบวมน้ำ
④ หลอดเลือดใหม่ที่ชั้นคอรอยด์จากภาวะสายตาสั้นรุนแรง: โรคที่เกิดหลอดเลือดใหม่ในชั้นคอรอยด์ด้านหลังจอประสาทตา อันมีสาเหตุมาจากภาวะสายตาสั้นมาก

2. ประเภทของยาฉีดจอประสาทตา (ยาต้านแอนติบอดี vs สเตียรอยด์)
ยาที่ใช้ฉีดเข้าจอประสาทตาจะถูกเลือกให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาตามชนิดของโรค สภาพของจอประสาทตา และเกณฑ์สิทธิประโยชน์ประกันสุขภาพ
① ยาต้านแอนติบอดี Anti-VEGF (ยายับยั้งสารกระตุ้นการสร้างหลอดเลือด)
เป็นตัวยาสำคัญที่ช่วยยับยั้ง 'Vascular Endothelial Growth Factor' ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้จอประสาทตาบวมและเลือดออก
Eylea / Vabysmo: ตัวยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีจุดเด่นคือออกฤทธิ์ได้ยาวนาน จึงช่วยขยายระยะห่างในการฉีดยาแต่ละครั้งได้
Lucentis และยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar): ยาต้านแอนติบอดีที่ได้รับการพิสูจน์ความปลอดภัยมาเป็นเวลานาน
② ยาสเตียรอยด์ (เช่น Ozurdex)
ยาที่ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบอย่างมีประสิทธิภาพบนจอประสาทตาเพื่อลดอาการบวมน้ำ ใช้ได้ผลดีในผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาต้านแอนติบอดีน้อย หรือในโรคจอประสาทตาที่มีการอักเสบ
จุดเด่นที่แตกต่างของ St. Mary's Jin Eye Clinic: เนื่องจากความหนาของจอประสาทตาและลักษณะอาการบวมน้ำของผู้ป่วยแต่ละรายไม่เหมือนกัน เราจึงใช้เครื่องตรวจวิเคราะห์จอประสาทตาความละเอียดสูง (OCT) ระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างแม่นยำก่อนทำการคัดสรรยาที่เหมาะสมที่สุดในการรักษา

3. ความเจ็บปวดและขั้นตอนการฉีดยาเข้าจอประสาทตาจริง
"เข็มแทงเข้าไปในตาจริงๆ แล้วไม่เจ็บเลยเหรอ?" นี่คือสิ่งที่ผู้ป่วยหลายท่านรู้สึกกังวลมากที่สุดครับ
ขอตอบให้สบายใจได้เลยครับว่า เนื่องจากมีการให้ยาชาอย่างเพียงพอก่อนเริ่มหัตถการ ระหว่างทำจึงแทบไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยครับ
[ ขั้นตอนการฉีดยาเข้าจอประสาทตา (ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที) ]
① หยอดตาชา: หยอดน้ำยาชาลงบนดวงตาเพื่อระงับความรู้สึก
② ฆ่าเชื้อรอบดวงตา: ทำความสะอาดฆ่าเชื้อรอบดวงตาและลูกตาอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
③ ใส่เครื่องถ่างตา: ใส่เครื่องมือช่วยถ่างตาที่มีความแม่นยำ เพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้กะพริบตาหรือหลับตาระหว่างฉีด
④ ฉีดยา: ฉีดยาเข้าทางตาขาว (Sclera) ในตำแหน่งที่ปลอดภัยและแทบไม่มีเส้นประสาท โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 5-10 วินาที
⑤ ทำความสะอาดและเสร็จสิ้นขั้นตอน: ล้างน้ำยาฆ่าเชื้อออก หยอดตาด้วยยาปฏิชีวนะ เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน
ในวันที่รับการฉีดยา อาจรู้สึกเคืองตาเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมหรือรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ ที่ตาได้เล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 วันครับ
4. ค่าใช้จ่ายในการฉีดยาเข้าจอประสาทตา และการเบิกประกันเอกชน
ค่าใช้จ่ายในการฉีดยาเข้าจอประสาทตาจะมีความแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับการได้รับความคุ้มครองจากสิทธิประกันสุขภาพหรือไม่
กรณีใช้สิทธิประกันสุขภาพ: หากเข้าเกณฑ์เงื่อนไขของโรคและจำนวนครั้ง เช่น โรคจุดรับภาพชัดเสื่อม, ภาวะจุดรับภาพบวมจากเบาหวาน, หลอดเลือดดำจอประสาทตาอุดตัน ค่าใช้จ่ายส่วนที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเองจะลดลงอย่างมาก (และจะลดลงยิ่งขึ้นหากได้รับสิทธิโรคร้ายแรง/ค่ารักษาพยาบาลอัตราพิเศษ)
กรณีไม่ได้รับความคุ้มครอง (Non-covered): ค่าใช้จ่ายต่อครั้งอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของยาที่เลือกใช้
[ คำแนะนำในการเบิกเคลมประกันสุขภาพเอกชน ]
การฉีดยาเข้าจอประสาทตาเป็นการรักษาทางการแพทย์อย่างเป็นทางการเพื่อการรักษาโรค จึงสามารถเบิกเคลมประกันสุขภาพเอกชนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของคุณได้ ทั้งในหมวดค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก สำหรับเอกสารที่จำเป็น เช่น ใบรับรองแพทย์ รายละเอียดค่ารักษาพยาบาล ใบเสร็จรับเงิน สามารถขอรับคำแนะนำได้ที่เคาน์เตอร์บริการของ St. Mary's Jin Eye Clinic ครับ

5. ข้อควรปฏิบัติสำคัญหลังรับการฉีดยาเข้าจอประสาทตา
อาจกล่าวได้ว่าความสำเร็จของการรักษาด้วยการฉีดยาเข้าจอประสาทตาขึ้นอยู่กับ 'การป้องกันการติดเชื้อหลังทำหัตถการ' เลยก็ว่าได้ เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในลูกตา (Endophthalmitis) โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้อย่างเคร่งครัดครับ

[ รักษาโรคจอประสาทตา มั่นใจได้ที่ St. Mary's Jin Eye Clinic ]
จอประสาทตาเป็นเนื้อเยื่อประสาทที่บอบบางมาก หากได้รับความเสียหายแล้วจะฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ยาก ดังนั้น การฉีดยาเข้าจอประสาทตาจึงจำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยที่แม่นยำ การกำหนดตำแหน่งฉีดยาอย่างถูกต้อง และการควบคุมสุขอนามัยที่เข้มงวด
ที่ St. Mary's Jin Eye Clinic มีจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตาที่มีประสบการณ์ทางคลินิกสูง ให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดและรับผิดชอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวินิจฉัยเฉพาะบุคคลแบบ 1:1 การฉีดยารักษา ไปจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา
หากคุณมีความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็นหรือสงสัยว่าอาจเป็นโรคจอประสาทตา อย่าลังเลที่จะเข้ามาปรึกษาที่ St. Mary's Jin Eye Clinic เพื่อปกป้องสุขภาพดวงตาอันมีค่าของคุณนะครับ
คำถามที่พบบ่อย
การฉีดยาเข้าจอประสาทตาเจ็บมากไหม?
ไม่ครับ แทบไม่รู้สึกเจ็บเลย ก่อนทำหัตถการจะมีการหยอดตาชาเพื่อระงับความรู้สึกอย่างเพียงพอ และทำการฉีดยาเข้าบริเวณตาขาวซึ่งแทบไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึก โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 5-10 วินาทีเท่านั้น
โรคใดบ้างที่จำเป็นต้องฉีดยาเข้าจอประสาทตา?
จำเป็นในโรคจอประสาทตาหลักๆ เช่น โรคจุดรับภาพชัดจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก หรือโรคเบาหวานขึ้นจอตา นอกจากนี้ ยังใช้กับโรคที่มีการงอกของหลอดเลือดใหม่หรืออาการบวมน้ำ เช่น หลอดเลือดดำจอประสาทตาอุดตัน (อัมพฤกษ์ในดวงตา) และหลอดเลือดใหม่ที่ชั้นคอรอยด์จากภาวะสายตาสั้นรุนแรง
การฉีดยารักษาจอประสาทตาสามารถเบิกประกันสุขภาพเอกชนได้หรือไม่?
ได้ครับ สามารถเบิกเคลมประกันสุขภาพเอกชนได้ เนื่องจากการฉีดยาเข้าจอประสาทตาเป็นการรักษาทางการแพทย์อย่างถูกต้องเพื่อการรักษาโรค คุณจึงสามารถเบิกความคุ้มครองในหมวดผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอกได้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่คุณถืออยู่
หลังฉีดยาเข้าจอประสาทตามีอาการตึงๆ หน่วงๆ ถือเป็นเรื่องปกติไหม?
ใช่ครับ ถือเป็นอาการปกติ ในวันที่ฉีดยาอาจรู้สึกระคายเคืองเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมหรือตึงหน่วงบริเวณดวงตาได้ แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 วัน จึงไม่ต้องกังวลมากเกินไปครับ